วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ตอนที่ 10 ชาวลาวเวียงจันทน์เปลี่ยนรสนิยมจากการฟังลำมาดูลิเกและหนัง

ตอนที่ 10 ชาวลาวเวียงจันทน์เปลี่ยนรสนิยมจากการฟังลำมาดูลิเกและหนัง

เมื่อครั้งอยู่ที่บ้านคอนคา อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี พวกลาวเวียงจันทน์ที่นั่นจะหาความบันเทิงด้วยการฟังลำ กัน ซึ่งก็จะมีมหรสพประเภทนี้เมื่อมีงานบุญตามวัดที่หมู่บ้านและวัดใกล้เคียงในเทศกาลต่างๆที่วนเวียนมาให้ดูให้ชมในแต่ละปี แต่พอพวกลาวเวียงจันทน์ย้ายมาอยู่ที่บ้านธารามะกอกแล้ว มหรสพหมอลำที่เป็นสิ่งที่ชอบมากเป็นพิเศษหาดูได้ยากมาก เพราะที่นี่เป็นถิ่นของพวกคนไทยที่นิยมมหรสพประเภทอื่น เช่น ลิเก ภาพยนตร์ ลำวง เป็นต้น เมื่อเป็นเช่นนี้พวกเขาก็เลยต้องปรับตัวเองให้เข้ากับวัฒนธรรมของคนพื้นเมืองโดยทำนองเดียวกับภาษิตที่ว่าเข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม หรือเมื่อไปอยู่กรุงโรมก็ต้องปฏิบัติตามประเพณีของชาวโรม


ลิเกที่บ้านหัวดงมีทั้งประเภทเสียเงินและประเภทดูฟรี ที่ดูฟรีก็ต้องดูตามวัดเวลามีงานวัดซึ่งกว่าจะได้ดูก็ปีละครั้ง  ส่วนที่เสียเงินนั้นเรียกกันในสมัยนั้นว่า ลิเกปิดวิก บ้าง หนังปิดวิก บ้าง ถ้าเป็นหนังปิดวิกก็ต้องดูที่วิกของตาเจีย ถ้าเป็นลิเกก็ดูกันที่วิกตาพรรค หนังสมัยนั้นเป็นหนังไทยเป็นพื้น ไม่นิยมดูหนังต่างประเทศ ส่วนลิเกก็มีคณะต่างๆผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาปิดวิกให้ได้ดูกันอย่างสม่ำเสมอ  ก่อนดูหนังก็จะมีการเปิดเพลงปลุกใจให้รักชาติ เพลงที่ได้ฟังมากที่สุดคือ เพลงต้นตระกูลไทย ของพลตรีหลวงวิจิตรวาทการ ที่มีเนื้อร้องขึ้นต้นว่า ต้นตระกูลไทย ใจท่านเหี้ยมหาญ รักษาดินแดนไทย ไว้ให้ลูกหลาน....เพราะช่วงนี้เป็นช่วงก่อนปี พ.ศ. 2500 ที่จอมพล ป. พิบูลสงครามกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งที่สองหลังปฏิวัติรัฐประหารรัฐบาลของหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์และนายปรีดี พนมยงค์แล้ว 


ส่วนลิเกปิดวิกนั้นก็จะมีความสนุกสนานกันตั้งแต่ตอนฟังพวกเขาออกแขก เพราะเขาจะมีมุกทันสมัยทันเหตุการณ์มาบอกเล่าแก่ผู้ชมเสมอ เช่นในช่วงที่จำเริญ ทรงกิตรัตน์ นักมวยสากลดังของไทยขึ้นชิงแช้มป์โลกกับ โรแบร์ โคฮัง นักชกจากฝรั่งเศส จำเริญถูกชกล้มนับสองครั้งและแพ้ไปในที่สุด (เมื่อ พ.ศ. 2497)  เขาก็จะร้องว่า จำเริญ ทรงกิตรัตน์ ๆ ขึ้นไปฟัดกับโคฮัง ไฮ้เลหวังก้า จำเริญเสียท่าโคฮัง อย่างนี้เป็นต้น 


 สำหรับลำวงชาวหัวดงก็ชอบดูอีกไม่แพ้กับที่อื่น เมื่อมีรำวงก็จะจัดกันที่วัดอีกเหมือนกัน ลำวงที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในสมัยนั้นคือ คณะลูกไทย พวกเราชาวลาวเวียงจันทน์ก็จะไปดูกันจนสว่างคาตา โดยไม่รู้สึกง่วงเหงาหาวนอนกันเลยทีเดียว  ลำวงจะดูสนุกหรือไม่สนุกเขาบอกว่าขึ้นอยู่กับโฆษกบนเวที หรือที่เขาเรียกว่าคนเชียร์รำวงนั่นเอง คนคนนี้จะวนเวียนพูดเร้าใจคนเพื่อให้รู้จังหวะการรำการเต้นของนางรำในแต่ละรอบ เช่น ประกาศว่า รอบนี้แชมบ้า รอบหน้าตะลุง   รอบนี้ช่าช่าช่า รอบหน้ากลองยาว เป็นต้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น