ตอนที่ 12 ชาวลาวเวียงจันทน์บ้านธารามะกอกกับการเมือง
ชาวลาวเวียงจันทน์บ้านธารามะกอกไม่รู้หรอกว่าการเมืองคืออะไร พวกเรารู้แต่เพียงว่าเมื่อมีการเลือกตั้งใหญ่ทุกครั้ง ก็จะมีหนังหรือภาพยนตร์มาให้ดูกันฟรีๆ หนังผู้แทนนี้เขามีวัตถุประสงค์เพื่อจะใช้เรียกคนให้มาชุมนุมกันมากๆ แล้วก็มีกาฉายหนังสลับฉากกับการขึ้นพูดหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทน ผู้สมัครเป็นผู้แทนของจังหวัดนครสวรรค์ในสมัยนั้นเท่าที่จำได้ก็คือ ขุนวิวรณ์สุขวิทยา นายอวยชัย ธนะศรี เป็นต้น
ช่วงนี้เป็นช่วงที่จอมพล ป.พิบูลสงคราม หวนกลับคืนสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งที่สอง หลังจากได้ทำการรัฐประหารรัฐบาลของ พลเรือตรี หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์และนายปรีดี พนมยงค์ เมื่อปี พ.ศ. 2490 จอมพล ป. ในทางการเมืองระหว่างประเทศ ได้นำประเทศไทยเข้าสู่สงครามเย็นโดยอยู่ข้างเดียวกับสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส ส่วนในทางการเมืองภายในประเทศก็ได้เปิดให้มีการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยตามแบบของตะวันตกอย่างเต็มที่ ในช่วงนี้เองจึงได้มีการหาเสียงทางการเมืองและการเลือกตั้งอย่างเอิกเกริก และมีการใช้หนังผู้แทนเป็นสื่อในการชุมนุมคนให้มาฟังการหาเสียงของผู้แทนโดยไม่ผิดกฎหมาย
และก็ในช่วงนี้อีกเหมือนกัน ก็มีการให้ข่าวถึงการโกงการเลือกตั้งบ้าง ให้ข่าวร้ายว่าว่าพวกผู้แทนประพฤติตัวอย่างไม่เหมาะสม มีการโกงมีการคอร์รัปชั่นในวงการเมืองบ้าง ก็จึงมีเพลงของนักร้องดังในสมัยนั้นออกมาเปิดให้ฟังทางเครื่องไฟตามวัด เพลงที่พวกเราได้ฟังจนชินและถึงกับร้องได้ก็คือ "เพลงมนต์การเมือง" ของคุณคำรณ สัมปุณณานนท์ ที่ขึ้นต้นท่อนแรกว่า “ เสียงโฆษณาของนักการเมือง ยกเอาแต่เรื่องที่ดีงามมาพูดจา มีหนังมาฉายให้ชาวไร่ชาวนา ได้ดูได้ชมกันทั่วหน้า ระรื่นตื่นตากันทั่วไป...”
เพลงกระแนะกระแหนข้าราชการที่ทำตัวเป็นเจ้าคนนายคน เพลงนี้ชื่ออะไรไม่รู้ แต่พวกเราชาวลาวเวียงจันทน์บ้านธารามะกอกเรียกว่า “เพลงเดงนาง” ซึ่งมีท่อนขึ้นต้นว่า “เดงนาง เดงนาง กางโกง ผมจะเปิดโปง เมื่อสมัยคุณย่า...” เนื้อเพลงมีสาระกล่าวถึงการทำตัวเป็นเจ้าใหญ่นายโตของพวกข้าราชการ และต่อว่ารัฐบาลจอมพล ป.ว่าได้แต่ขึ้นภาษีและทำให้เงินเฟ้อ เนื้อเพลงบอกว่าในสมัยก่อนหน้าเงินไม่ได้เฟ้อเพราะว่า “...มีเงินบาทเดียวในกระเป๋า ซื้อได้ตั้งแต่เช้าจนค่ำ ตลอดจนเลี้ยงพวกงอมแงม แล้วยังมีแถมอย่างว่า “ เงินบาทเดียวนั้นก็ยังไม่หมดเลย
จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2500 จอมพลผ้ามะข้าแดง คือ จอมพล ส. ธนะรัตน์ จึงได้รับการขยิบตาจากซีไอเอให้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลจอมพล ป. หลังจากที่สหรัฐฯแอบสืบทราบว่าจอมพล ป. เป็นนกสองหัวคือคบกับสหรัฐอยู่ดีๆกลับดันไปลอบติดต่อกับจีนแดง จอมพล ป.จึงต้องระเห็จและไปเสียชีวิตอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นในที่สุด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น