วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ตอนที่ 23 “ท่วมไม่เสีย แล้งไม่เสีย” คือความคิดของชาวลาวบ้านธารามะกอกที่เริ่มส่งเสียลูกหลานให้เรียนสูง

ตอนที่ 23 “ท่วมไม่เสีย แล้งไม่เสีย คือความคิดของชาวลาวบ้านธารามะกอกที่เริ่มส่งเสียลูกหลานให้เรียนสูง

เมื่อชาวลาวเวียงจันทน์บ้านธารามะกอกทำนาในแต่ละปีต้องพึ่งพาอาศัยสภาพดินฟ้าอากาศเป็นสำคัญ ซึ่งปีไหนเทวดาฟ้าดินใจดีท่านก็ดลบันดาลให้มีฝนตกต้องตามฤดูกาลทำนาได้ ดี  ปีใดท่านโกรธก็บันดาลให้เกิดสภาวะแห้งแล้งฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาลทำนาไม่ได้  ปีใดท่านโกรธหนักขึ้นท่านก็บันดาลให้น้ำท่วมไร่นา  การทำไร่ทำนาของชาวลาวเวียงจันทน์บ้านธารามะกอกจึงมีความเสี่ยงสูงมาก เป็นเรื่องที่เข้ากับคำพังเพยที่ว่า ท่วมก็เสีย แล้งก็เสีย

พวกพ่อแม่ผู้ปกครองของลูกหลานลาวเวียงจันทน์ เขาจึงมีความคิดที่จะไม่ให้ลูกหลานของพวกเขาต้องมาตกทุกข์ได้ยากด้วยการทำไร่ทำนาอีกต่อไป วิธีที่ลูกหลานจะไม่ต้องทำนาทำไร่ก็จะต้องส่งเสียพวกเขาให้ได้รับการศึกษาสูงขึ้น และอาชีพที่พวกเขาหมายตาที่จะให้ทำก็คือ อาชีพรับราชการ หรือไม่ก็อาชีพทำงานในเมืองหรือในโรงงานอุตสาหกรรม

ความคิดนี้เองก็จึงเป็นที่มาของการที่ชาวลาวเวียงจันทน์บ้านธารามะกอกเริ่มต้นให้ลูกหลานได้เรียนสูงขึ้นหลังจากจบชั้นประถมปีที่ 4 ที่โรงเรียนวัดหัวดงใต้แล้ว

ในระยะแรกหลังจากมีความคิดเช่นนี้แล้ว ชาวลาวเวียงจันทน์บ้านธารามะกอกยังมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ยังแย่อยู่ ซึ่งก็ยากที่จะส่งบุตรหลานให้เรียนสูงขึ้นได้ พวกเขาจึงได้ใช้วิธีที่ประหยัดค่าใช้จ่ายโดยให้ลูกหลานบวชเป็นสามเณรเพื่อใช้ช่องทางนี้ศึกษาเล่าเรียนความรู้ทางศาสนาและทางโลกไปพร้อมๆกัน

จากวิธีนี้เองทำให้ลูกหลานของชาวลาวบ้านธารามะกอกหลายคนสามารถเคลื่อนย้ายฐานะทางสังคมจากอาชีพทำไร่ทำนาอย่างบรรพบุรุษ มาทำอาชีพรับราชการบ้าง เป็นเจ้าหน้าที่คนงานตามเมืองและตามโรงงานอุตสาหกรรมบ้าง  

งานพวกนี้ถึงจะอย่างไร แม้ว่าจะได้เงินดาวน์เงินเดือนน้อยหน่อยแต่ก็ยังดี เพราะเป็นงานที่พวกเขาเรียกว่า ท่วมก็ไม่เสีย แล้งก็ไม่เสีย” เหมือนอย่างทำนาทำไร่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น