ผีปอบเข้าลาวเวียงจันทน์บ้านธารามะกอกเป็นเรื่องธรรมดา
เมื่อตอนที่อพยพมาอยู่ที่บ้านธารามะกอกกันในช่วงแรกๆ พวกลาวเวียงจันทน์ที่หมู่บ้านนี้เคยพบกับเรื่องพิลึกพิลั่นอย่างหนึ่ง คือเรื่องของผีปอบมาเข้าคน ผีปอบมันจะเลือกคนที่มันจะเข้า โดยมันจะมาเข้าเฉพาะผู้หญิงที่ใจอ่อนไหว ซึ่งมันรู้อย่างไรก็ไม่ทราบได้ว่าผู้หญิงคนไหนใจอ่อนผู้หญิงคนไหนใจแข็ง ทั้งหญิงสาวและหญิงไม่สาวชาวลาวเวียงจันทน์ถูกผีปอบเข้าหลายคน เวลาที่มันเข้าคนไหน คนนั้นก็จะแสดงอาการหลบตาคล้ายกับอายไม่ยอมสบตาใครๆ บางคนเมื่อถูกผีปอบเข้าก็จะแสดงอาการแปลกๆเช่นร้องไห้ออกมา เป็นต้น
วิธีที่จะให้ผีปอบออกจากร่างของคนที่มันเข้าได้ก็ต้องไปหาหมอผีมาทำพิธีขับออก ซึ่งเมื่อหมอผีมาถึงเขาก็จะทำพิธีแล้วเอาด้ายสายสิญจน์มาผูกข้อมือข้อเท้าของคนที่ถูกผีปอบเข้านั้นทั้งสองมือสองเท้าเอาไว้ก่อน จากนั้นเขาก็จะสอบถามว่าผีปอบตัวที่มาเข้าเมื่อตอนที่ยังไม่ตายจากโลกมนุษย์เป็นใคร ทำไมจึงได้กลายมาเป็นผีปอบ เป็นต้น
ถ้ามันเงียบไม่ยอมพูด หมอผีก็จะใช้อาวุธสำหรับปราบผีคือต้นข่าเสกมาหวดลงที่ตัวคนที่ถูกเข้านั้น เมื่อมันถูกตีผีปอบมันก็จะร้องและแสดงอาการเจ็บปวดออกมาให้เห็น แล้วมันก็ยอมเปิดปากบอกว่ามันเป็นใครและมาที่หมู่บ้านธารามะกอกได้อย่างไรและมาตอนไหน เป็นต้น
พอมันบอกข้อมูลเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว หมอผีก็จะสั่งสอนไม่ให้มันมาทำอย่างนี้อีก แล้วบอกว่าให้ออกไปเสีย พอสั่งสอนและบอกอย่างนี้แล้ว ก็แก้ด้ายสายสิญจน์ออกจากข้อมือข้อเท้าของคนที่ถูกผีปอบเข้านั้น ผู้ที่ถูกผีปอบเข้านั้นก็จะแสดงอาการปวดปัสสาวะ ซึ่งพอเธอไปปัสสาวะที่นอกชานบ้านเสร็จกลับมา อาการถูกผีเข้านั้นก็หายไป กลับกลายสภาพมาเป็นคนปกติ และคนที่ถูกผีปอบนั้นทุกรายจะแสดงความแปลกใจที่เห็นผู้คนมาชุมนุมกันอยู่บนบ้านมากมาย
การณ์ปรากฏว่าผู้หญิงลาวเวียงจันทน์บ้านธารามะกอกคนแล้วคนเล่าได้ถูกผีปอบเข้าและถูกหมอผีไล่ออกทุกครั้งไป เหตุการณ์เป็นอย่างนี้อยู่นานจนกลายเป็นเรื่องปกติไม่น่าตื่นเต้นเหมือนตอนแรกๆ
ผีปอบตัวที่มาเข้าพวกผู้หญิงลาวเวียงจันทน์ใจอ่อนไหวบ้านธารามะกอกนี้ จากที่มันเปิดปากบอกแก่หมอผี มันบอกว่ามันชื่อ “ไอ้หมา” เป็นผีจากบ้านมาบมะขาม อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งโคตรเหง้าเหล่ากอของมันก็คือพวกลาวเวียงจันทน์ที่อพยพมาจากอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรีเหมือนกัน แต่แยกพวกไปอยู่ที่นั่น
มันบอกต่อไปว่า แต่แรกเมื่อมันตายจากโลกมนุษย์แล้วมันก็เป็นผีปกตินี่แหละ แต่แม่ของมันมีความรักความอาลัยในตัวของมันมาก ได้หาอาหารมาใส่ไว้ในตู้กับข้าวแล้วเรียกให้มันกินทุกวันเหมือนเมื่อครั้งที่มันยังมีชีวิตอยู่ แรกๆมันก็ไม่มากินหรอก แต่นานเข้าเกิดความสงสารแม่เลยยอมกินอาหารที่แม่จัดให้เรื่อยมา
จนกระทั่งมันกลายจากผีปกติเป็นผีปอบ เที่ยวเข้าคนนั้นคนนี้ที่บ้านมาบมะขามเป็นประจำ และที่มันมาที่บ้านธารามะกอกคราวนี้ มันกะว่าจะมาเที่ยวนอกสถานที่ ก็เลยถือวิสาสะนั่งมาในหาบกระบุงของคนบ้านมาบมะขามที่หาบเอาสิ่งของต่างๆมีผักเป็นต้นมาแลกข้าวสารที่หมู่บ้านธารามะกอกนี้เอง
คำบอกเล่าของผีปอบหมาที่บอกกับหมอผีข้างต้นน่าจะจริงแค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งที่ยังบอกไม่หมดนั้น ก็คือ นายหมาเมื่อยังเป็นมนุษย์อยู่นั้นน่าจะเป็นผู้ที่เรียนคาถาอาคมหรือเรียนวิชาไสยศาสตร์แล้วไปละเมิดข้อห้ามที่ครูบาอาจารย์ผู้สั่งสอนวิชาอาคมได้ห้ามเอาไว้ ซึ่งในภาษาของชาวลาวเวียงจันทน์บ้านธารามะกอกเขาเรียกข้อห้ามนี้ว่า "ขะลำ" เช่น เขาห้ามไม่ให้ลอดไม้ค้ำต้นกล้วย ไม่ให้ลอดราวผ้า ไม่ให้ละเมิดลูกเขาเมียใคร เป็นต้น คนที่ละเมิดข้อห้ามเช่นนี้เมื่อตายไปก็จะเป็นผีปอบ เพียงแค่จัดสำรับกับข้าว จัดที่หลับที่นอนให้แก่ลูกหลานที่ตายไป ไว้ในบ้าน เขาถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาของวัฒนธรรมประเพณีของชาวลาวเวียงจันท์โดยทั่วไปอยู่แล้ว
จนกระทั่งมันกลายจากผีปกติเป็นผีปอบ เที่ยวเข้าคนนั้นคนนี้ที่บ้านมาบมะขามเป็นประจำ และที่มันมาที่บ้านธารามะกอกคราวนี้ มันกะว่าจะมาเที่ยวนอกสถานที่ ก็เลยถือวิสาสะนั่งมาในหาบกระบุงของคนบ้านมาบมะขามที่หาบเอาสิ่งของต่างๆมีผักเป็นต้นมาแลกข้าวสารที่หมู่บ้านธารามะกอกนี้เอง
คำบอกเล่าของผีปอบหมาที่บอกกับหมอผีข้างต้นน่าจะจริงแค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งที่ยังบอกไม่หมดนั้น ก็คือ นายหมาเมื่อยังเป็นมนุษย์อยู่นั้นน่าจะเป็นผู้ที่เรียนคาถาอาคมหรือเรียนวิชาไสยศาสตร์แล้วไปละเมิดข้อห้ามที่ครูบาอาจารย์ผู้สั่งสอนวิชาอาคมได้ห้ามเอาไว้ ซึ่งในภาษาของชาวลาวเวียงจันทน์บ้านธารามะกอกเขาเรียกข้อห้ามนี้ว่า "ขะลำ" เช่น เขาห้ามไม่ให้ลอดไม้ค้ำต้นกล้วย ไม่ให้ลอดราวผ้า ไม่ให้ละเมิดลูกเขาเมียใคร เป็นต้น คนที่ละเมิดข้อห้ามเช่นนี้เมื่อตายไปก็จะเป็นผีปอบ เพียงแค่จัดสำรับกับข้าว จัดที่หลับที่นอนให้แก่ลูกหลานที่ตายไป ไว้ในบ้าน เขาถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาของวัฒนธรรมประเพณีของชาวลาวเวียงจันท์โดยทั่วไปอยู่แล้ว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น